Unfortunate Event (version me)

posted on 19 Mar 2005 21:01 by dajirin  in ETC

ช่วงนี้เข้ามาอัพบ่อยเพราะว่างจริง ๆ แล้วก็เพราะมีเรื่องอยากเขียนด้วยล่ะก็เลยเข้ามาพล่ามที่นี่บ่อย

เรื่องที่จะเล่าต่อไปเป็นเรื่องเศร้า(มั้ง)ที่เกิดขึ้นกันแต่เช้าเลย ไม่ใช่เรื่องของน้อง ๆ โบด์แลร์หรอกแต่เป็นเรื่องของเราเอง...

วันนี้ตั้งใจออกจากบ้านเพื่อไปผลาญตังค์อย่างเดียวเลย...ความจริงก็ตั้งใจจะไปดูหนังเรื่อง Unfortunate Event ที่เข้ามาตั้งแต่อาทิตย์ก่อนเท่านั้นแหละ งบที่ตั้งไว้ประมาณ 400 บาทรวมค่าอาหารและจิปาถะแล้ว แต่ว่า...สมกับที่ออกมาดูเรื่อง "ไม่อยากให้เรื่องนี้มีโชคร้าย" จริง ๆ เพราะวันนี้โชคร้ายซ้ำซากกันทั้งวันเลย

เริ่มด้วยตอนเช้ากะงกค่ารถก็เลยติดรถพ่อที่ไปรพ.กับบี ไปถึงนึกไงไม่รู้อยากโทรไปบอกเพื่อนเก่าเรื่องโอนตังค์กะคุยเล่นก็เลยโทรซะ...ผลคือแบตโทรศัพท์เกือบหมด (แต่ไม่วายยังไปเอาเครื่องของพ่อโทรไปหาอีกคนด้วย-_-")

ขณะจะไปสยามฯก็เพิ่งรู้ตัวว่าไม่ได้เอาแว่นออกมาด้วย (เพราะปกติใส่แต่คอนแทค แต่ช่วงนี้อยู่บ้านเยอะเลยไม่ได้ใส่คอนแทค)...ผลคือถึงสยามปุ๊บต้องวิ่งไปซื้อคอนแทคคู่นึงมาใช้เลย เพราะวันนี้กะจะออกมาดูหนัง ไม่ใส่คอนแทคหรือแว่นดูไปหนังก็กร่อยเปล่า ๆ (เริ่มแรกก็ใช้เงินที่ตั้งเป้าไว้ไปครึ่งหนึ่งซะแล้ว-_-")

ยัง!!...เรื่องโชคร้ายยังไม่จบแค่นั้น...หลังจากที่คิดว่าคงไม่ร้ายแรงไปกว่านี้แล้วก็กะไปหารอบหนังในสยามดู (เพราะขี้เกียจถ่อไปSFกับEGV) แต่เนื่องจากหนังเรื่องนี้มันก็ไม่ได้ฟอร์มใหญ่มาก เจอหนังใหม่หลายเรื่องเบียดออกจากโรงไปหมดเลย เอาวะตัดใจเดินไป SF ดู ปรากฏว่ามีนะ แต่เป็นรอบเที่ยงคืน ส่วนรอบบ่ายก็มีหรอกนะแต่เป็นโรงลูนาร์ที่มันเป็นโรงวีไอพี...เออดี เอาเข้าไป

อ่านมาถึงตรงนี้แล้วใครที่อยากอ่านบลอคที่เขียนเกี่ยวกับเรื่องที่จบลงอย่างมีความสุขก็ขอให้ปิดบลอคนี้ซะ แล้วไปอ่านบลอคอื่น ๆ เถอะนะ

นาทีนั้นก็คือแบบว่าเรื่องอยากดูหนังเป็นเรื่องรองไปแล้ว เดินไปยัวะไปมุ่งหน้าไป EGV เพื่อเช็ครอบดู ในใจก็คิดว่าถ้าไม่มีนะมึง จะออกมาทำไมฟะ? ไหนจะไอ้ค่าคอนแทคเลนส์อีก...ไปถึงแบบ(เหงื่อซ่ก)ดูจะยังมีความหวังผุดขึ้นมามั่ง มีรอบบ่าย 2...ไม่รอช้าหลังจากเช็คแล้วว่ามันเป็นโรงธรรมดาเราก็รีบเข้าชาร์ตพี่หน้าเคาน์เตอร์ทันที และหลังจากนั้นเราก็ดูหนังอย่างมีความสุขจนกลับบ้าน...

อ๊ะ อ๊ะ ถ้าคิดว่าจะจบแบบนั้นล่ะก็ ไม่ใช่บลอคหัวข้อ Unfortunate Event (version me) หรอกนะ

ขอเตือนอีกครั้งว่า ถ้าคุณอยากอ่านบลอคที่เป็นเรื่องของชีวิตที่มีความสุขล่ะก็เปลี่ยนไปอ่านบลอคอื่นของเพื่อนคุณซะเถอะ...

เอาล่ะมาต่อกัน ถึงไหนแล้วนะ อ๋อ...ถึงตอนซื้อตั๋วละ พอไปเข้าแถวซื้อตั๋วก็เพิ่งสำเหนียกได้ว่าวันนี้วันหยุด ค่าตั๋วของEGVมันก็เลยราคา 140 บาท เฮ้ย ก็ไม่ได้อยากดูหนังขนาดตัวสั่นสักหน่อย ต้องควักตั้ง 140 บาทเชียวเรอะ (เพราะไปเทียบราคากับแผ่นเถื่อนด้วยอ่ะนะ เผลอ ๆ เรื่องนี้ทำลิขสิทธิ์ VCD ก็ไม่น่าจะแพงมากด้วย...) แต่มาถึงขั้นนี้แล้ว...รู้สึกว่ากู่ไม่กลับซะแล้ว เลยต้องเลยตามเลย หนำซ้ำยังโดนยุสมัคร M-Card อีก ขณะนี้งบก็เกินไปแล้วทั้งสิ้น 40 บาท (โดยที่ยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงเลย)

มาถึงนาทีนี้ก็คิดแล้วล่ะว่าบรรลุผลแล้ว (คือซื้อตั๋วหนังได้สักที)ก็คงไม่มีเรื่องโชคร้ายไปมากกว่านี้แล้วล่ะมั้ง แต่มันมีแฮะ...(ขอตัดเรื่องอาหารเที่ยงราคาแพงไม่สมรสชาติออกไปแล้วกันเพราะว่ามันไม่หนักหนาเท่ากับเรื่องที่จะเกิดต่อหลังจากนี้) เรื่องที่จะเล่านี้ไม่ใช่เรื่องโชคร้ายอย่างเช่น อยู่ ๆ ก็อยากลุกไปเข้าห้องน้ำตอนหนังกำลังสนุกหรือเจอคนไร้มารยาทลืมปิดมือถือหรอก แต่เรื่องมันเกิดก็ไอ้ตอนออกมาจากโรงนี่แหละ หลังจากหนังจบ ออกมาปุ๊บก็ไปเข้าห้องน้ำตามธรรมเนียมแล้วก็คุยกับบีว่าจะเอาไงดี กินข้าวเย็นที่ไหนดีนะ? ก็ไปหยุดกึกที่ร้านเอเซียบุ๊คส์ดุหนังสือที่มันโชว์หน้าร้านกันว่าเป็นไง จู่ ๆ ก็เกิดปวดท้องเหมือนโดนต่อยขึ้นมาเลย ปวดมากจนต้องบอกบีว่า รออยู่นี่นะขอไปห้องน้ำหน่อย งานนี้เล่นเอาเกือบไม่รอดแฮะ...

เอาล่ะ! มาถึงตอนขากลับกันแล้วนะ (มาถึงตรงนี้ไม่รู้เหมือนกันว่ามีคนทนอ่านมาได้กี่คน เพราะพล่ามมายาวชะมัด)...แต่เผอิญมีเรื่องโชคร้ายอีกเรื่องผุดมาอีก ฉลองส่งท้ายการดูหนังเรื่องนี้จริง ๆ (แบบจำได้ไม่รู้ลืมเลย) หลังจากเข้าห้องน้ำและถกเถียงกันอยู่นานเรื่องข้าวเย็นและการกลับบ้านก็ตัดสินใจกลับทางสีลมเพื่อกินข้าวเย็นและนั่งรถเมล์กลับบ้าน ความจริงแล้วนั่งรถเมล์จากสยามฯ กลับนี่จะสะดวกมากรถก้เยอะ แต่กลับไปเลือกกลับทางที่ลำบากแทน เพราะมีรถเมล์สายเดียวกลับมาถึงบ้านแบบต่อเดียวถึง เวลาประมาณ 5 โมงครึ่ง รถก็ไม่ค่อยติดหรอกนะ...แต่พอรถเมล์สายที่หมายตาไว้มาถึง แม่เจ้า...แน่นจริง ๆ แน่นแบบสุด ๆ เลยนะ ทั้ง ๆ ที่มันยังเพิ่งกลาง ๆ สายของมันเอง แต่ละคนก็ลงไกล ๆ ทั้งนั้น(ประมาณว่าสุดสาย) งานนี้เลยต้องทนง่วง ทนเมื่อย ทนยืนเบียดไปตลอดทางกลับบ้านเลย...เบ็ดเสร็จรวบงบประมาณที่ใช้ในวันนี้คร่าว ๆ ทั้งสิ้น 700 บาท (เกินงบที่ตั้งไว้ไป 300 บาท)...บลอค Unfortunate Event (version me) ของวันนี้ก็ขอจบด้วยประการละฉะนี้แล...

จบสักที... :D เหอะ ๆ ตอนแรกก็เขียนเล่าแบบธรรมดาอ่ะนะ แต่พอเขียนเรื่องซื้อคอนแท็คแล้วก็เกิดคิดขึ้นมาว่า เออ ไหนลองเล่าแบบเลโมนี่ดูหน่อยเดะ...ก็ออกมาเป็นอย่างที่เห็น...ก็เหมือนมั่ง ไม่เหมือนมั่ง มั่ว ๆ ไปนะ เพราะเรื่องนี้อ่านเมื่อนานมาแล้วและไม่ได้ชอบเป็นพิเศษด้วย แต่ที่อยากดูเพราะเห็นฉากหนังมันสวยดีกับมีจิม แครี่เล่นเลยกะว่าเค้าคง ACTING ฮา ๆ อะไรให้ดูอีกแหง (แต่ดูแล้วผิดคาดที่น้องผู้หญิงแกน่ารักกว่าที่คิดแฮะ ส่วนน้องผู้ชายนี่มีเพื่อนมากรี๊ดให้ฟังแล้วว่า น่ารักเลยไม่ติดใจเท่าไร) และก็ไปจิกได้นิยาย(!?)จากมินท์มาลองอ่านดูเป็นประสบการณ์ทำงานด้วย...(อ่านผ่าน ๆ จบแล้วนะมินท์ ไว้จะตามไปเมาท์ว่าคิดไง แต่ขอพูดเลยว่าไอ้เรื่องที่เล่มเดียวจบนี่เนื้อเรื่องเหี้ยจริง ๆ )

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

แหม่ แหม่ คนเราก็ต้องมีวันซวยกันบ้างแหละน่า เรายังเคยเกือบตายมาแล้วเลย วันนั้นซวยสุดๆ

#1 By BeCh on 2005-03-19 22:08

เข้ามาเยี่ยมพร้อมกับขอกรี๊ดให้ฟังอีกรอบว่าน้องชายคนนี้น่ารักมากมายจริง ๆ

#2 By bombom (203.145.14.101) on 2005-03-19 23:24

เอ...แกกาจริงๆว่ะ โชคร้ายพอกะหนังเลยมั้งเนี่ย???

ปล. อยากดูเรื่องนี้เหมือนกัน แต่สงสัยมันคงจะออกไปก่อนว่ะ ^^"

#3 By บิ๋ม (202.57.181.218) on 2005-03-20 20:08

ขอแนะนำให้บูชาพระราหูด้วยของดำ 7 อย่าง

เอาน่ะ โชคร้ายสะสมไว้ก่อน
เดี๋ยวก็สุขสมหวังในตอนอวสานเองแหละ
(เหมือนนางเอกหนังไทย)

#4 By Joice (161.200.255.161) on 2005-03-21 12:57