(Mi)Yabe Miyuki//Samurai
posted on 02 Jun 2005 19:03 by dajirin in Booksตั้งแต่เริ่มทำงานแปลแบบจริงจัง เวลางานขาดช่วงส่วนมากจะไม่ค่อยมีอารมณ์อ่านหนังสือเท่าไร ช่วงที่ผ่านมาลองเอา Level 7 มาพลิกอ่าน เพราะไหนๆ คนอื่นในบ้านเขาก็อ่านกันหมดแล้ว ปรากฏว่าวางพลอตสนุกผิดคาด ตัวละครสมจริงดี ทำให้เอา "เสียงกระซิบสังหาร"(魔術はささやく)งานเก่าของมิยาเบะมาอ่านต่อ (ป.ล.ขอบคุณโบมา ณ ที่นี้ที่อุตส่าห์ให้ยืม) บางกว่ากันหน่อยนึงแต่สไตล์การผูกเรื่องนี่เหมือนกับ Level 7 เปี๊ยบเลย อ่านจบแล้วอดคิดไม่ได้ว่าโครงเรื่องเหมือนคุณหมอจอมเจ๋อตอนนึงเลย พอมาอ่านเป็นนิยายยาวๆ แบบนี้มันก็แปลกไปอีกแบบ ข้างล่างคือหน้าของมิยาเบะ มิยูกิ ตัวจริงดูสาวกว่าที่คิดมากเลยแถมดูๆ ไปยังพาลคิดว่าหน้าตาเถือกๆ ไปทางนักพากย์อีกด้วยลองค้นดูเจอปกงานอื่นๆ ของมิยาเบะอีกหลายเรื่อง เรื่องที่ยกมานี่ดู (แต่ปก) แล้วท่าทางน่าอ่านดี คิดว่ายังไงบลิสคงเอามาแปลแหงมเลย



วันนี้ไปสยามฯเพราะคิดไว้แล้วว่าตั้งแต่ช่วงอาทิตย์หน้าอาจจะไม่ว่างไปอีกเป็นเดือนๆ และตัดสินใจไม่นัดใครออกมาเพราะเกรงใจว่าหลายคนวิ่งวุ่นหางานหรือบางคนก็กำลังจะเปิดเทอมแล้ว วันนี้เลยขอไปเดินคนเดียวแบบสบายๆ ไม่รีบร้อน ได้แวะเข้าร้านหนังสือเกือบทุกร้านที่เห็น จนสุดท้ายพอเริ่มเดินจนเมื่อยก็เลยไปหาข้าวบ่ายกิน ตอนแรกตั้งใจว่าจะแวะไปโกเบเพราะไม่ได้ไปนานแล้ว จังหวะที่เดินๆ อยู่เหลือบไปเห็นร้านซามูไรเข้า ร้านนี้รู้มานานแล้วว่าเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่ตกแต่งสไตล์ตะวันตก ไหนๆ ก็ได้ออกมาคนเดียวเลยตัดสินใจลองเข้าไปแวะดู เผื่อดีคราวหน้าจะได้พาเพื่อนมากินได้อย่างมั่นใจว่าร้านมันเจ๋งจริง
เข้าไปในร้านตอนแรกรู้สึกว่าร้านมืดกว่าที่คิด สักพักพนักงานใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีแดง ผ้ากันเปื้อนสีดำจะเข้ามาชาร์ตตัวพาไปนั่งโต๊ะ ชั้นหนึ่งจะตกแต่งแนว Gallery Cafe ประเภทร้านที่สั่งกาแฟกับแซนวิซมานั่งละเลียดพวกนั้น ส่วนชั้น 2 เป็นแบบญี่ปุ่นซึ่งต้องมากันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปถึงจะขึ้นไป เมนูก็อย่างที่คาดไว้คือมีแต่อาหารญี่ปุ่น แต่เป้นอาหารญี่ปุ่นที่ดัดแปลงให้สากลมากขึ้น อย่างเช่น โซเมงที่ประยุกต์ให้ออกมาเหมือนพาสต้า ราคาก็ตกอยู่ประมาณ 120 UP แต่ช่วงกลางวันวันธรรมดาจะมีเมนูอาหารกลางวันให้ดูเพิ่ม ขนาดอาหารหนึ่งที่ตอนแรกดูแล้วคิดว่าค่อนข้างน้อย แต่พอกินไปกินมาก็พอดีๆ ที่ตกใจที่สุดคือมันมีของหวานเสิร์ฟมาในชุดด้วย!! เป็นน้ำแข็งใสรสชาเขียวราดถั่วแดงบดกับชิราทามะ (จะให้ดีควรบอกเขาว่าอย่าราดนมข้นมาเพระมันกลบรสชาเขียวหมด) ที่น่าตกใจอีกอย่างคือชาเขียว(แบบเย็น)ร้านนี้มันเสิร์ฟมากับไซรัป ตอนที่พนักงานแกยกมาแอบช็อคเล็กๆ เฮ้ย มักฉะที่ไหนฟะดื่มแบบเติมน้ำตาล (แต่สุดท้ายเห็นว่าไหนๆ เขาก็ยกมาแล้วก็เลยลองเติมตอนเหลือก้นถ้วย ปรากฏว่ารสชาติออกมาดีกว่าที่คิดเยอะเลย)
ขากลับแฉลบผ่านหน้า Ozone บังเอิญเจอจูนกับพี่โจกำลังนั่งแปะอยู่ ทั้งๆ ที่ยังไงก็เจอกันเสาร์นี้อยู่แล้วมาเจอกันก่อนแบบนี้ (แถมยังอยู่ในระหว่างการเดทของ 2 คนนี้อีก) ก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนกันเพราะไม่รู้จะทักแฟนมันยังไง แต่ได้เจอจูนวันนี้ก็ดีเพราะวันนี้เป็นวันเกิดของมันเลยได้ Happy BirthDay และรับปากจูนว่าตอนเจอกันวันเสาร์นี้จะทำหน้าตกใจประหนึ่งว่าไม่ได้เจอกันนาน...ขอให้รักกับกับพี่โจนานๆ แล้วกัน
#1 By joice and bo on 2005-06-02 22:41